SME รู้หรือยัง! วิธีลงสนาม Digital Marketing อย่างมืออาชีพ

Brandroi > Blog > Ecommerce > SME รู้หรือยัง! วิธีลงสนาม Digital Marketing อย่างมืออาชีพ

SME รู้หรือยัง! วิธีลงสนาม Digital Marketing อย่างมืออาชีพ
SME รู้หรือยัง! วิธีลงสนาม Digital Marketing อย่างมืออาชีพ
4.4 (88.28%) 29 votes

ปัจจุบันประเทศไทย กลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของอาเซียน มีแรงงานจากต่างประเทศเข้ามาหางานทำในบ้านเรามากมาย หากมองในแง่ของโอกาสทางการค้านั้นก็ถือว่าเป็นช่วงน้ำขึ้น โดยเฉพาะอัตราการเติบโตของธุรกิจออนไลน์ในปี 2561 สถิติเดือนมกราคม เพิ่มขึ้น 24% จากปี 2560 และการเติบโตขึ้นของฐานผู้ใช้อินเตอร์เน็ทของไทยมักติดอยู่ใน Top 5 ของเอเชีย และในระดับโลกบ่อย ๆ ดูอย่างล่าสุด เพลงตราบธุลีดิน ขับร้องโดยหน้ากากหอยนางรมในรายการ The Mask Singer 2 ติดอันดับ 1 ของโลกใน Youtube chart ทำเอานักร้องมืออาชีพระดับโลกงงกันหมด

คำถามคือ ถ้าวันนี้ธุรกิจ SME ต้องการออกมาลุยการตลาดออนไลน์บ้าง จะเริ่มต้นอย่างไร ควรมีทีมงานเอง หรือว่าจ้าง Digital agency มาดูแลการตลาดให้ อย่างไหนจะดีกว่ากัน

สถิติธุรกิจออนไลน์ของประเทศไทย

เดือนมกราคม ปี 2561 มีประชากรไทย 69.1 ล้านคน โดยมี 57 ล้านคนเป็นผู้ใช้อินเตอร์เน็ทหรือคิดเป็น 82% ของประชากรทั้งหมด และเราโชคดีที่ Hootsuite ได้นำสถิติแบบเจาะลึกมาแชร์ให้นักการตลาดได้นำไปใช้งานกัน

  • คนกรุงเทพใช้ Facebook 22 ล้านคน มากเป็น #1 ของโลก
  • ผู้ใช้ Smartphone 135% เทียบกับจำนวนประชากร
  • ผู้ใช้ Smartphone 75% ใช้มือถือดู Video
  • คนไทยใช้เวลาเล่นอินเทอร์เน็ตต่อวันมากที่สุดในโลก เฉลี่ย 9 ชั่วโมงครึ่งต่อวัน (รวมทุกอุปกรณ์)
  • มูลค่า E-Commerce รวมทุกประเภทของธุรกิจ 64.1 พันล้านเหรียญ
  • มูลค่า B2C E-Commerce 15.69 พันล้านเหรียญ

หากดูข้อมูลจากสถิติ นายประจวบคิดว่าถ้าธุรกิจ SME ยังนิ่ง ๆ ไม่คิดจะลงสนาม Digital ก็น่าจะเป็นเรื่องแปลกเอามาก ๆ เพราะเท่าที่เห็นนั้นก็มีโอกาสทางธุรกิจมากมายรออยู่

แหล่งข้อมูล: Brandbuffet และ ETDA มูลค่าอีคอมเมิร์ซ ปี 2558

ทำความรู้จักงาน Digital marketing

นิยามของ “Digital marketing” ก็คือ การตลาดที่อาศัยเทคโนโลยีดิจิตอลมาบริหารจัดการเพื่อนำเสนอสินค้าให้กับกลุ่มเป้าหมายผ่านอินเตอร์เน็ท ซึ่งโดยหลักการแล้วงาน Digital marketing จะแบ่งขอบข่ายงานได้ 2 เรื่อง

  1. ช่องทางที่ใช้นำเสนอสินค้า และบริการ
  2. กลยุทธ์ที่ใช้เพื่อให้สามารถจำหน่ายสินค้าได้

ช่องทางที่ใช้นำเสนอสินค้า แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้

1. ช่องทางภายใน (Owned media) – เป็นช่องทางที่เป็นของคุณเอง 100% สามารถบริหารจัดการได้โดยตรง เช่น

  • Website
  • Blog posts
  • Ebooks หรือ whitepapers
  • Infographics, Video, Banner, Rich media
  • Online brochures หรือ lookbooks
  • Branding assets (logos, fonts, etc.)

2. ช่องทางภายนอก (Inbound marketing media) – เป็นช่องทางที่บุคคลภายนอกเป็นเจ้าของ สามารถเลือกใช้ได้อย่างเหมาะสมให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ที่วางแผนเอาไว้

  • Interactive tools
  • Social media channels (Facebook, LinkedIn, Twitter, Instagram, etc.)
  • Earned online coverage (PR, social media, and reviews)

กลยุทธ์ที่ใช้เพื่อให้สามารถจำหน่ายสินค้าได้

การมาของ Smartphone เป็นเสมือนผู้เปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ให้การค้าการขายที่กูรูทั้งหลายเคยทำกันมา

Smartphones are changing the retail landscape. They help us research, compare, and purchase products not just online, but also in stores. In fact, 84% of smartphone shoppers use their phones while in a physical store. อ้างอิง: Thinkwithgoogle.com

Smartphone เป็นเครื่องมือสำคัญที่ผู้ผลิตสามารถสื่อสารโดยตรงกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว ประกอบกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้น สามารถนำฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) มาวิเคราะห์แล้วจับคู่กับความต้องการของผู้บริโภค จนทำให้เกิดเครื่องมือมากมายที่นักการตลาดสามารถนำมาสร้างเป็นกลยุทธ์เพื่อขายสินค้าให้ถึงมือกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว

Search Engine Optimization (SEO) – การปรับ “ช่องทางที่ใช้นำเสนอสินค้า” ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการค้นหาของกลุ่มเป้าหมาย แล้วข้อมูลของคุณจะถูก Search Engine นำมาจัดระเบียบ แยกประเภท แล้วนำเสนอต่อผู้ที่กำลังค้นหาข้อมูล ปัจจุบันกระบวนการทำงานได้เปลี่ยนจาก Search Engine มาเป็น Search Experience โดยปริยาย นายประจวบแนะนำให้ลองอ่านเพิ่มเติมเรื่อง SME รู้หรือยัง! เทคนิคโฆษณา Google Ads ให้ประหยัดเงิน 35% ทำอย่างไร

Content marketing – เมื่อคุณต้องสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายผ่านอินเตอร์เน็ท คุณไม่สามารถนำสินค้าไปให้พวกเค้าจับต้อง หรือสัมผัสได้ ใช่ครับนายประจวบกำลังบอกว่าคุณต้องเล่าเรื่องให้พวกเค้าเห็นภาพ เข้าใจ เห็นความสำคัญ และตัดสินใจซื้อสินค้าคุณในที่สุด หากคุณอยากรู้ว่าต้องทำอย่างไรบ้าง ลองอ่านบทความเรื่อง SME รู้หรือยัง! เรียนรู้กลยุทธ์ CONTENT MARKETING ใน 2 นาที

Social media marketing – หากแผนงานคือ ต้องการนำ Content ที่ทำขึ้นไปให้ถึงกลุ่มเป้าหมายแบบถึงลูกถึงคน และสอดคล้องกับพฤติกรรมของพวกเค้า นายประจวบแนะนำให้ใช้เลยครับ ถึงแม้ปัจจุบันผู้เล่นรายใหญ่อย่าง Facebook จะเปลี่ยนแปลงอัลกอริทึมส่งผลต่อ Organic reach ที่ลดต่ำลง แต่พฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปแต่อย่างใด พวกเค้าก็ยังคงใช้ Facebook ต่อไปอย่างเหนียวแน่นเหมือนเดิม

Pay-Per-Click (PPC) – หากแผนงานคือ ต้องการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายให้เร็วที่สุด ชนิดนับเป็นชั่วโมงได้เลย แนะนำให้ใช้โฆษณาแบบ PPC ซึ่งโดยทั่วไปเราจะรู้จักกันดีว่า Google AdWords กับ Facebook คือสองผู้เล่นรายใหญ่

Affiliate marketing – หากแผนงานคือ ต้องการสร้างตัวแทนจำหน่าย และจ่ายค่าตอบแทนเป็นค่าคอมมิชชั่น นายประจวบแนะนำให้ใช้ Affiliate marketing เลยครับ ปัจจุบันมีผู้ให้บริการมากมาย คุณสามารถซื้อระบบมาบริหารเอง หรือจะใช้บริการจากตัวแทน

Native content – หากแผนงานคือ ต้องการให้โฆษณาเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายแบบกลมกลืน ซึ่งบางทีพวกเค้าไม่ทันรู้ตัวเลยว่าข้อมูลที่เห็นคือโฆษณา กลยุทธ์นี้คือตัวเลือกของคุณ อธิบายให้เห็นภาพชัด ๆ Native content จะมีความคล้ายกับ Blind Ads ที่คุณมักจะพบเวลาดูหนัง ดูละคร หรือดู MV โดยคุณอาจจะเคยเห็นว่าตัวละครใช้สินค้าบางอย่าง เช่น พระเอกขับรถยี่ห้อหนึ่ง หรือ ใช้กล้องยี่ห้อหนึ่งถ่ายรูป โดยโฆษณาแฝงเหล่านี้แทบไม่รบกวนสายตาคุณเลย

Email marketing – หากแผนงานคือ ต้องการนำเสนอ Content แบบ Personalize เฉพาะบุคคล การใช้ Email จะมีประสิทธิภาพอย่างมาก ทั้งนี้นายประจวบแนะนำว่าในช่วงเริ่มต้นการนำ Email มาใช้ขอให้เรียกผู้เชี่ยวชาญมาช่วยนะครับ เพราะถึงแม้คุณจะซื้อระบบมาใช้ได้ แต่ความยากไม่ใช่อยู่ที่การเรียนรู้ระบบ หากแต่เป็นกลยุทธ์ การวิเคราะห์ข้อมูล ทั้งนี้มีข่าวดีว่าปัจจุบันมีระบบ Marketing automation ที่จะมาช่วยเสริมข้อจำกัดของงานได้

Online PR – หากแผนงานคือ ต้องการสร้าง Brand awareness เป็นหลัก การใช้ Online PR มักจะเป็นตัวเลือกแรก ๆ เสมอ เช่น การทำ PR news, Advertorial วิธีการนี้ดูเหมือนเป็นวิธีการเดิม ๆ แต่ผลลัพธ์ของมันจะไปช่วยเสริมประสิทธิภาพของ Search Engine Optimization ได้

Marketing automation – หากแผนงานคือ ต้องการความแม่นยำในการจับคู่ความต้องการกับฐานข้อมูลการใช้งานเพื่อนำเสนอ Content กับสินค้าให้ตรงใจกลุ่มเป้าหมายมากที่สุดโดยที่คุณไม่ต้องเสียเวลามานั่งทำเอง ระบบ Marketing automation คือผู้ช่วยของคุณ

เช็คความพร้อมก่อนลุยการตลาดออนไลน์

ตอนนี้นายประจวบคงช่วยให้คุณเห็นภาพขอบข่ายงานของ Digital marketing ไปแล้วว่าต้องทำงานอะไรบ้างหากคุณจะลงมาเป็นหนึ่งในผู้เล่นในเกมส์ ขั้นตอนต่อไปคือ เช็คตัวเองว่าคุณพร้อมระดับไหนเพื่อจะได้วางแผนการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สูตรนี้นายประจวบคิดจากประสบการณ์เพื่อให้คุณนำไปต่อยอดนะครับ

1. คู่แข่งขัน (Competitor) – คุณคงรู้จักซุนวูนะครับ ผู้ที่เป็นเจ้าของวาทะอมตะ “รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง” ซึ่งแม้จะผ่านมากว่าสามพันปี แนวคิดนี้ยังทันสมัยอยู่เสมอ แล้วเราต้องเช็คอะไรจากคู่แข่งบ้างล่ะ

  • สื่อของแบรนด์ (Owned media) – Responsive website / ความทันสมัยของข้อมูล/ บล็อค/ Newsletter/ Infographic/
  • Whitepaper/ Video/ E-book/ Podcast/ เชื่อมโยง Social media/Forum/ Shopping cart
  • โซเชียลมีเดีย (Social media) – ใช้สื่ออะไรบ้าง/ มีผู้ติดตามเท่าไหร่/ใช้ทำอะไร
  • โฆษณาที่ใช้ (Paid media) – ประเภทสื่อ/ ใช้โฆษณาอะไร/ โฆษณาที่ไหน
  • สื่อที่อ้างอิงถึงแบรนด์ (Earned media) – เว็บไซต์อะไร/ ประเภทเนื้อหา/ กลุ่มเป้าหมายของสื่อนั้นๆ

2. เครื่องมือ (Tool) – อ้างอิงจากการเช็คคู่แข่งเลยครับ แค่กลับมาดูว่าคุณมีอะไรที่เหนือกว่าเค้าบ้าง ปกตินายประจวบจะไม่ดูแค่ว่าเรามีอะไรที่ต่างจากเค้า แต่จะดูลงลึกไปที่เรานำเครื่องมือมาใช้ทำอะไร
3. ทีมงาน (Team work) – รวมถึงตัวคุณด้วยนะครับ คุณเองมีความรู้เรื่อง Digital marketing ระดับไหน สำหรับธุรกิจ SME นั้นไม่จำเป็นต้องมีทีมใหญ่โตอะไร ขอแค่ให้สอดคล้องกับเครื่องมือที่คุณนำมาใช้งานก็พอแล้ว
4. ผู้เชี่ยวชาญ (Vendor) – อาจจะเป็น Digital agency หรือที่ปรึกษาที่เป็นผู้เชี่ยวชาญจากภายนอก ซึ่งจะมาช่วยเติมเต็มความชัดเจนให้แผนงาน

โครงสร้างทีม Digital marketing สำหรับ SME

อย่างที่นายประจวบเคยบอกไปว่า สำหรับธุรกิจ SME นั้นทีมงานไม่จำเป็นต้องจัดเต็ม แค่ให้เหมาะสมกับสื่อและเครื่องมือที่ใช้ก็เพียงพอ เพื่อให้คุณสามารถเตรียมความพร้อมในเรื่องทีมงานได้อย่างเหมาะสม ลองนำโครงสร้างทีมงานนี้ไปปรับใช้ดูครับ

โครงสร้างทีม Digital marketing สำหรับ SME

โครงสร้างทีม Digital marketing สำหรับ SME

จากโครงสร้างทีมการตลาดออนไลน์สำหรับ SME นั้น ให้มีสมาชิกประมาณ 3 คนก็น่าจะเพียงพอ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับแผนการตลาดองค์กรว่าได้กำหนดเป้าหมายของงานไว้อย่างไร หากตั้งเป้าหมายว่าต้องสนับสนุนด้านยอดขายด้วย นายประจวบแนะนำให้เพิ่ม Content editor ไปอีก 1 คน แล้วให้ผู้เชี่ยวชาญดูแลเรื่องสื่อโฆษณาให้

Old ways won’t open new doors

โดยสรุป หากธุรกิจ SME ต้องการนำ Digital marketing มาเสริมกลยุทธ์ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจนั้น ปัจจุบันไม่ใช่เป็นเรื่องซับซ้อน เพราะแรงสนับสนุนมากมายทั้งจากภาครัฐ หรือในภาคเอกชนให้การฝึกอบรม สิ่งที่คุณต้องทำจึงเป็นเพียงการเปลี่ยนวิสัยทัศน์ผู้บริหาร และปรับนโยบายองค์กรให้สอดคล้องไปกับขอบข่ายงานดิจิตอล

ความรู้มีไว้แบ่งปัน

นายประจวบขอขอบคุณที่ติดตามอ่านนะครับ ท้ายนี้หากใครประสงค์จะนำบทความนี้ไปเผยแพร่ก็ยินดีครับ ไม่ต้องติดต่อมาเพื่อขออนุญาต เพียงแค่ฝาก Comment ไว้ท้ายบทความนี้ก็เพียงพอ

3 thoughts on “SME รู้หรือยัง! วิธีลงสนาม Digital Marketing อย่างมืออาชีพ

Pingback: 3 เทคนิคเป็นฟรีแลนซ์ให้ได้งานอย่างสม่ำเสมอ - Passion Gen

Pingback: SME รู้หรือยัง! ทำงานกับ Digital Agency แบบนี้ยอดขายพุ่งชัวร์! - Brandroi

ทำ SEO เสริมภาพลักษณ์องค์กร

คุณวาริสา

คุณวาริสา DentsuX“รู้สึกพึงพอใจกับเป้าหมายการทำ SEO ไม่ได้นิยามแค่เว็บติดอันดับ แต่เป็นการมองภาพรวม และผลลัพธ์ในระยะยาว และยั่งยืนให้กับลูกค้า” คุณวาริสา Senior search & attribute marketing manager, DentsuX เรียนรู้เพิ่มเติมบริการทำ SEO เสริมภาพลักษณ์

คุณวสันต์

envithailand“ถ้าท่านทำ eCommerce ใช้ได้เลยครับ Brandroi จะช่วยท่านจัดการปัญหาในเรื่องที่ท่านไม่รู้เกี่ยวกับการทำ Online marketing และเรื่อง Technical หลังบ้าน” คุณวสันต์ Marketing Director, บริษัท แวนฟิลด์ (ประเทศไทย) จำกัด เรียนรู้เพิ่มเติม บริการทำ Website marketing

คุณศรณ์พัฒน์

Lavita “ทีมงาน Brandroi มีความเชี่ยวชาญ ช่วยปรับปรุงเว็บไซต์ให้ดีขึ้น มี Traffic คนเข้าเว็บและยอดขายออนไลน์เพิ่มขึ้น” คุณศรณ์พัฒน์ ภัทรหิรัญชัย Marketing Director, Nature Idea Co., Ltd

คุณพลอย

“Brand Asset เป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต ซึ่ง Brandroi จะเป็นตัวช่วยที่ดีในการวางรากฐานนั้น” คุณพลอย CMO, Freshket

คำนิยม

Content marketing content marketing strategy คือ content marketing ขั้นตอน Content ที่ประสบความสำเร็จ Conversion rate Conversion rate อีคอมเมิร์ช 2017 ecommerce Google Ads Go online SEO เสริมภาพลักษณ์ Wordpress เว็บไซต์ กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ กลยุทธ์ทางการตลาด การตลาดออนไลน์ การสร้างแบรนด์ ขายของออนไลน์ ขายสินค้าออนไลน์ คอนเทนต์ คือ คอนเทนท์ มาร์เก็ตติ้ง คอนเทนท์ มาร์เก็ตติ้ง คือ คอนเทนท์ เขียนไง ตัวอย่าง Content marketing ทฤษฎีความพึงพอใจ ทำ SEO ทำเว็บไซต์ ทำเว็บไซต์ด้วย Wordpress ธุรกิจ SME ธุรกิจออนไลน์ ธุรกิจอีคอมเมิร์ช ปรับปรุงเว็บไซต์ พนักงานขายของออนไลน์ ภาพพจน์ ภาพลักษณ์ ยอดขายออนไลน์ รีแบรนด์ ลงโฆษณา Google ลิขสิทธิ์ วางแผนการตลาดออนไลน์ สร้างแบรนด์ สื่อออนไลน์ เทคนิค SEO เทคนิคโฆษณา Google Ads โฆษณา AdWords โฆษณา Facebook โฆษณา ออนไลน์

แวะมาทักทายกันครับ

Brandroi ทำ seo เสริมภาพลักษณ์องค์กร

Certificated
  1. Google Analytic fundamental
  2. AdWords fundamental
  3. Web application programming
  4. Hardware & Network administrator
Work Experience
  1. Senior advance search manager at iProspect Thailand
  2. SEO strategic partner at DentsuX Thailand, Billion & Million, Hubvisor & Backyard
  3. Digital strategic partner at BackYard
In-House Training & Specialist Speakers
  1. Ecommerce Lead Optimization
  2. Website Conversion Optimization
  3. Content Lead Generation
  4. Google Analytics Fundamental
  5. Google Ads Fundamental
  6. SEO with Google Ads
  7. SEO with Facebook
  8. SEO with Youtube

คุยกับทีมงาน Brandroi