SME รู้หรือยัง! เพิ่มยอดขายเท่าตัวด้วย Website

Brandroi > Blog > Ecommerce > SME รู้หรือยัง! เพิ่มยอดขายเท่าตัวด้วย Website

บริหารเว็บไซต์ให้สร้างยอดขายด้วย กลยุทธ์ Website Marketing
SME รู้หรือยัง! เพิ่มยอดขายเท่าตัวด้วย Website
4.5 (89.49%) 59 votes

90% ของธุรกิจ SME ทำเว็บไซต์ แต่ลืมกำหนดเป้ายอดขายให้ แท้จริงแล้วคุณทราบหรือไม่ว่าเว็บไซต์นั้นทำหน้าที่เสมือนพนักงานขายสินค้าออนไลน์ซึ่งไม่มีข้อจำกัดเรื่องเวลา และสถานที่ เพราะเหตุนี้ จึงทำให้หลายๆ ธุรกิจทุ่มงบประมาณไปกับการซื้อสื่อโฆษณาภายนอก ส่งลูกค้าเป้าหมายกลับมาที่เว็บไซต์ แต่กลับใช้โอกาสที่ได้มานั้นไม่คุ้มค่า ผู้บริหารหลายท่านจึงมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนว่าเว็บไซต์ไม่ได้ช่วยสร้างยอดขาย และทอดทิ้งมันไปในที่สุด …เอาล่ะวันนี้คุณก็ได้เวลามาปลุกพลังของเว็บไซต์ให้เป็นพนักงานขายสินค้าออนไลน์ดีเด่นเพราะขยันหาลูกค้าใหม่ๆ ให้กับธุรกิจตลอด 24/7 ตลอด 365 วันกันเถอะ

“90% ของธุรกิจ ทำเว็บไซต์โดยลืมกำหนดเป้ายอดขายให้ คุณจะเชื่อหรือไม่…หากคุณกำหนดให้เว็บเป็นเสมือนพนักงานขาย เว็บไซต์ก็จะขายของให้กับคุณได้เช่นเดียวกัน”

เจ้าของธุรกิจ SME รู้หรือไม่ว่าเว็บไซต์นั้นเป็นเครื่องมือที่มีความสำคัญต่อการสร้างแบรนด์ การขายและการตลาดออนไลน์เป็นอย่างมาก ปัจจุบันทั้งเทคโนโลยีที่ทันสมัย และเครื่องมือส่งเสริมการขายและการตลาดที่มีอย่างมากมายนั้น พร้อมให้คุณได้นำมาใช้งานเพื่อสร้างโอกาส และสร้างวิธีการเพื่อให้สามารถเพิ่มจำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ แต่ถ้าไม่สามารถเปลี่ยนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์เหล่านั้นให้สร้าง Lead ได้ก็ไม่นับว่าคุณมีลูกค้าใหม่เช่นกัน ซึ่งท้ายที่สุด โอกาสที่ได้มากก็ไม่ได้ช่วยสร้างยอดขายให้ธุรกิจแต่อย่างใด

Lead generation – เรื่องแรกต้องคิดเมื่อทำเว็บไซต์

Lead คือกิจกรรมใดๆ ที่เชื่อมโยงให้เกิดการซื้อสินค้าตามมาในภายหลัง เช่น การให้ดาวน์โหลดคู่มือ หรือการให้ใช้สินค้าทดลอง เป็นต้น ทั้งนี้ Lead จะไม่ก่อให้เกิดการขายสินค้าในทันที แต่มีผลทำให้ระยะเวลาการตัดสินใจซื้อสินค้าของกลุ่มเป้าหมายสั้นลง เรามาสรุปให้เห็นภาพกันอีกครั้งว่า Lead generation นั้นมีประโยชน์อะไรบ้าง

“ในขั้นตอนทำเว็บไซต์ หรือพัฒนาเว็บไซต์ สิ่งแรกที่ต้องคิดคือ การกำหนดเป้ายอดขายให้กับเว็บไซต์ แทนที่จะคิดถึงแต่ประเด็นความสวยงาม หรือต้องมีเครื่องมือใช้งานมากมาย แต่ผู้เยี่ยมชมเว็บกลับไม่เคยใช้งานเลย”

  • เปลี่ยนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ (Visitor) ให้เป็นผู้คาดหวัง (Potential user)
  • ย่นระยะเวลาการตัดสินใจ (อย่างใดอย่างหนึ่ง) ของกลุ่มเป้าหมายให้สั้นลง
  • ใช้ประเมินผลตอบรับของโครงการส่งเสริมการขาย และการตลาด
  • มีฐานข้อมูลกลุ่มเป้าหมาย และสามารถนำมาใช้สำหรับกิจกรรมอื่นๆ ในเวลาต่อไป เช่น Email marketing, Remarketing หรือการทำ Marketing survey เป็นต้น
  • สามารถประเมิน Cost per lead ได้ ซึ่งมีผลดีต่อการกำหนดงบประมาณโฆษณาในแต่ละครั้งได้อย่างแม่นยำ และมีประสิทธิภาพมากขึ้น

อ่านมาถึงย่อหน้านี้ ก็แสดงว่าคุณคงมีข้อมูลแล้วว่าทำไมก่อนที่จะทำเว็บไซต์นั้น สิ่งแรกที่ต้องคิดคือ “กำหนดเป้ายอดขายให้เว็บไซต์” ไม่ใช่คิดถึงแต่ความสวยงาม หรืออยากให้เว็บติดอันดับการค้นหาหน้าแรกแต่เพียงอย่างเดียว…คุณคิดว่าจริงมั้ย

ปัจจัยที่สนับสนุนให้เกิด Lead

การทำให้โครงการ Lead generation ประสบความสำเร็จนั้น มีหัวใจสำคัญอยู่ที่เราสามารถเข้าใจความต้องการของกลุ่มเป้าหมายมากน้อยแค่ไหน ข้อมูลที่มีนั้น หากนำมาเชื่อมโยงกับกระบวนการทำงานที่เป็นรูปธรรม ผ่านกระบวนการทดสอบ พร้อมด้วยข้อเสนอพิเศษต่างๆ เพื่อเปลี่ยน Conversion ให้เป็น Lead และเพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น เราไปดูว่าปัจจัยต่างๆ ที่สนับสนุนให้เกิด Lead มีอะไรบ้าง

Landing page – บางคนอาจจะเรียกว่า Squeeze page แต่ไม่ว่าจะเรียกอย่างไร ต่างก็มีวัตถุประสงค์การใช้งานเช่นเดียวกัน คือ เมื่อมีกลุ่มเป้าหมายเข้าถึง landing page ต้องสร้าง Lead ให้ได้

Human touch communications – เครื่องมือที่ช่วยให้กลุ่มเป้าหมายสื่อสาร หรือสนทนากับฝ่ายบริการของบริษัทได้ทันที เช่น Livechat หรือ call-back service…หัวใจสำคัญของเครื่องมือประเภทนี้คือ Human touch communications ที่เกิดจากการสื่อสารช่วยสร้างความมั่นใจ เชื่อใจให้เกิดการตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว

Event-triggered – การใช้เครื่องมือตรวจจับพฤติกรรมการใช้งานเว็บไซต์ของผู้ใช้งานเว็บไซต์ แล้วใช้สื่อประเภท Remarketing หรือ Pixel ติดตาม…กรณีนี้จะยิ่งได้ผลตอบรับที่ดีเมื่อมีระบบสมาชิก โดยนำข้อมูลการใช้งานเว็บของแต่ละ User-ID มา Optimize content แล้วใช้ E-mail ติดตามกลุ่มเป้าหมาย

Email marketing – เครื่องมือที่ทรงพลังมากหากธุรกิจของคุณเป็น B2B เนื่องจากธุรกิจด้วยกันจะใช้ Email เป็นช่องทางสื่อสารหลักๆ เพราะมีความน่าเชื่อถือสูง ซึ่งจะมี Open-Rate สูงกว่า 85% และมี Click-Through-Rate สูงกว่า 65% แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า B2C จะใช้ Email marketing ไม่ได้ผล…ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับเรื่องราวที่ใช้สื่อสาร หากสอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย Open-Rateจะแปรผันสูงตามไปด้วย

Amazon ซึ่งมียอดขายในปี 2016 กว่า 135.99 พันล้านเหรียญ ตลอดเส้นทางที่ เจฟฟ์ เบโซส์ เดินทางมาตั้งแต่เริ่มต้นจนมีรายได้ระดับพันล้านเหรียญนั้น ทุกอย่างเริ่มต้นบนเว็บไซต์ Amazon.com นี่เอง

เว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ได้อย่างไร

อ่านจนมาถึงตรงนี้ แสดงว่าคุณคงอยากปรับปรุงเว็บไซต์ให้มันขายของได้จริงๆ สักทีใช่หรือเปล่า เราไปดูกันต่อว่าอีคอมเมิร์ซ เว็บไซต์ช่วยเราขายสินค้าออนไลน์แทนพนักงานขายตัวเป็นๆ ได้อย่างไร

SME รู้หรือยัง ทำเว็บไซต์ให้เป็นพนักงานขายออนไลน์ ทำได้จริงนะ website conversion funnel by brandroi

ภาพแสดง conversion path ของเว็บไซต์ แสดงให้เห็นภาพการเดินทางของ Visitor จนกลายเป็น Buyer (Goal)

จากช่องทางประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ (Acquisition) เว็บไซต์จึงเป็นปลายที่จะทำให้เกิดกระบวนการต่างๆ เหล่านี้

A: Awareness – ส่วนใหญ่ Blog post จะได้รับหน้าที่นี้ไป เนื่องจากเป็นส่วนที่อัพเดทบ่อยที่สุด
B: Interest – Web page ข้อมูลต่างๆ เกี่ยวสินค้า บริการ และความเชี่ยวชาญต่างๆ
C-F : Trust – About page, Contact และ Live chat ข้อมูลที่ต้องมีในส่วนนี้จะช่วยสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าเป้าหมายได้ว่าเราควรจะถูกเลือกหรือไม่
G: Action – Shopping cart เมื่อเกิดความเชื่อมั่น คำสั่งซื้อก็จะตามมา
H: Lead – Thank you ซึ่งเป็นหน้า Completed order

มาถึงตรงนี้ คุณคงพอเห็นภาพแล้วว่าทำไมเว็บไซต์ต้องมี Blog post และถ้าจะขายของออนไลน์ให้ได้ต้องมี Live chat

เช็คผลการขายสินค้าออนไลน์ได้อย่างไร

ปกติแล้ว อีคอมเมิร์ซ เว็บไซต์ จะมีเครื่องมือบริหารการขายไว้ให้บริการ Shop manager ให้ใช้ติดตามการขายอยู่แล้ว เพียงแต่หากพึ่งพาแค่เครื่องมือของ Shopping cart นั้นเราจะพลาดข้อมูลด้านอื่นๆ ที่มีส่วนสนับสนุนให้เกิดเป็นคำสั่งซื้อ เช่น ลูกค้ามาจากสื่อประเภทใด ใช้คีย์เวิร์ดอะไร เยี่ยมชมข้อมูลอะไรบ้าง ซื้อด้วยอุปกรณ์มือถือหรือโน้ตบุ๊ค โปรโมชั่นอะไร เป็นต้น

เครื่องมือสำหรับ SME ใช้เช็คผลการขายสินค้าออนไลน์

Google Analytics – เป็นเครื่องมือหลักที่จำเป็นต้องมีไว้เสมอ โดยทั่วไปแล้วข้อมูลพื้นฐานต่างๆ ที่จำเป็นต้องใช้ติดตามข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ และวัดประสิทธิภาพของสื่อต่างๆ เครื่องมือนี้สามารถตอบโจทย์ได้เกือบทั้งหมด ที่สำคัญคือ Google ให้เราใช้งานได้ฟรี

Google Search Console – เป็นเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับ Webmaster เพื่อใช้ติดตามผลการจัดเก็บข้อมูลของ Google จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้ Google Search Console และหากคุณจำหน่ายสินค้าให้ลูกค้าในอเมริกาหรืออังกฤษ ต้องเพิ่ม Bing webmaster เข้าไปด้วย

Heat map tracking – หากคุณต้องการรู้ว่า พื้นที่ส่วนไหนของหน้าเว็บมักจะถูกคลิกมากที่สุด รูปแบบการซื้อสินค้าเป็นอย่างไร (Conversion funnel) หรือวิเคราะห์แบบฟอร์ม เครื่องมือประเภทนี้จะให้คำตอบคุณได้ โดยทั่วไปแล้วเครื่องมือประเภทนี้จะเหมาะมากหากนำมาใช้กับ Squeeze page

Media performance tracking – หากคุณซื้อสื่อประเภท SEM (Search Engine Optimization) เช่น Google AdWords หรือ Facebook ads คุณจะได้เครื่องมือที่ใช้ตรวจสอบประสิทธิภาพของสื่อมาด้วย อีกทั้งเครื่องมือเหล่านี้สามารถเชื่อมโยงกับ Google Analytics ได้

เครื่องมือเหล่านี้เหมาะกับอีคอมเมิร์ซ เว็บไซต์ที่มีสินค้าไม่เกิน 1,000 SKU หากสินค้าใน Shopping cart มากกว่านี้ แนะนำว่าให้จัดหาเครื่องมืออื่นๆ เพิ่มเติมมาช่วยเพื่อให้การบริหารจัดการสะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เว็บไซต์นั้น เปรียบเสมือนหน้าร้านของธุรกิจของคุณในโลกออนไลน์ สามารถช่วยให้ยอดขายเติบโตได้เป็นอย่างดี ขอเพียงแต่เราต้องกำหนดวัตถุประสงค์และหน้าที่ให้ชัดเจนว่าจะใช้เครื่องมือทรงพลังอันนี้ช่วยอะไรให้คุณ อยากให้ลองดู Amazon ซึ่งมียอดขายในปี 2016 กว่า 135.99 พันล้านเหรียญ ตลอดเส้นทางที่ เจฟฟ์ เบโซส์ เดินทางมาตั้งแต่เริ่มต้นจนมีรายได้ระดับพันล้านเหรียญนั้น ทุกอย่างเริ่มต้นบนเว็บไซต์ Amazon.com นี่เอง…แล้วคุณล่ะ พร้อมหรือยังที่จะทะยานไปให้เหมือน Amazon

ความรู้มีไว้แบ่งปัน

นายประจวบขอขอบคุณที่ติดตามอ่านนะครับ ท้ายนี้หากใครประสงค์จะนำบทความนี้ไปเผยแพร่ก็ยินดีครับ ไม่ต้องติดต่อมาเพื่อขออนุญาต เพียงแค่ฝาก Comment ไว้ก็เพียงพอ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนายประจวบได้ที่ FB@นายประจวบ

4 thoughts on “SME รู้หรือยัง! เพิ่มยอดขายเท่าตัวด้วย Website

  • พิชิต

    ปัญหาสำคัญจริงๆ ของการทำเว็บคืออะไรครับ SME ส่วนใหญ่จะไม่มีทีมพัฒนาเว็บไซต์ของตัวเอง หากต้องทำเว็บให้รองรับการขายสินค้าออนไลน์ต้องใช้งบประมาณเยอะมั้ย และควรเริ่มต้นอย่างไร ขอคำแนะนำด้วยครับ

    Reply
    • นายประจวบ

      @คุณพิชิต เว็บที่ทำด้วย CMS อย่างเช่น WordPress หรือ Joomla นั้นมี Cost ในการพัฒนาในราคา SME และยังมีระบบบริหารจัดการหลังบ้านที่ใช้งานง่ายด้วย มีทั้งฟรีและจ่ายเงิน ดังนั้นหากจะต้องพัฒนาเว็บใหม่ก็แนะนำให้เลือก CMS ตัวใดตัวหนึ่งมาใช้เลยครับ (แต่แนะนำ WordPress)

      ส่วนทีมพัฒนาก็ใช้ผู้ให้บริการ หรือให้ Brandroi ดำเนินการให้ก็ได้ครับ ราคาเริ่มต้นเพียง 45,000 บาท

      Reply

ทำ SEO เสริมภาพลักษณ์องค์กร

คุณวาริสา

คุณวาริสา DentsuX“รู้สึกพึงพอใจกับเป้าหมายการทำ SEO ไม่ได้นิยามแค่เว็บติดอันดับ แต่เป็นการมองภาพรวม และผลลัพธ์ในระยะยาว และยั่งยืนให้กับลูกค้า” คุณวาริสา Senior search & attribute marketing manager, DentsuX เรียนรู้เพิ่มเติมบริการทำ SEO เสริมภาพลักษณ์

คุณวสันต์

envithailand“ถ้าท่านทำ eCommerce ใช้ได้เลยครับ Brandroi จะช่วยท่านจัดการปัญหาในเรื่องที่ท่านไม่รู้เกี่ยวกับการทำ Online marketing และเรื่อง Technical หลังบ้าน” คุณวสันต์ Marketing Director, บริษัท แวนฟิลด์ (ประเทศไทย) จำกัด เรียนรู้เพิ่มเติม บริการทำ Website marketing

คุณศรณ์พัฒน์

Lavita “ทีมงาน Brandroi มีความเชี่ยวชาญ ช่วยปรับปรุงเว็บไซต์ให้ดีขึ้น มี Traffic คนเข้าเว็บและยอดขายออนไลน์เพิ่มขึ้น” คุณศรณ์พัฒน์ ภัทรหิรัญชัย Marketing Director, Nature Idea Co., Ltd

คุณพลอย

“Brand Asset เป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต ซึ่ง Brandroi จะเป็นตัวช่วยที่ดีในการวางรากฐานนั้น” คุณพลอย CMO, Freshket

คำนิยม

Content marketing content marketing strategy คือ content marketing ขั้นตอน Content ที่ประสบความสำเร็จ Conversion rate Conversion rate อีคอมเมิร์ช 2017 ecommerce Google Ads Go online SEO เสริมภาพลักษณ์ Wordpress เว็บไซต์ กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ กลยุทธ์ทางการตลาด การตลาดออนไลน์ การสร้างแบรนด์ ขายของออนไลน์ ขายสินค้าออนไลน์ คอนเทนต์ คือ คอนเทนท์ มาร์เก็ตติ้ง คอนเทนท์ มาร์เก็ตติ้ง คือ คอนเทนท์ เขียนไง ตัวอย่าง Content marketing ทฤษฎีความพึงพอใจ ทำ SEO ทำเว็บไซต์ ทำเว็บไซต์ด้วย Wordpress ธุรกิจ SME ธุรกิจออนไลน์ ธุรกิจอีคอมเมิร์ช ปรับปรุงเว็บไซต์ พนักงานขายของออนไลน์ ภาพพจน์ ภาพลักษณ์ ยอดขายออนไลน์ รีแบรนด์ ลงโฆษณา Google ลิขสิทธิ์ วางแผนการตลาดออนไลน์ สร้างแบรนด์ สื่อออนไลน์ เทคนิค SEO เทคนิคโฆษณา Google Ads โฆษณา AdWords โฆษณา Facebook โฆษณา ออนไลน์

แวะมาทักทายกันครับ

Brandroi ทำ seo เสริมภาพลักษณ์องค์กร

Certificated
  1. Google Analytic fundamental
  2. AdWords fundamental
  3. Web application programming
  4. Hardware & Network administrator
Work Experience
  1. Senior advance search manager at iProspect Thailand
  2. SEO strategic partner at DentsuX Thailand, Billion & Million, Hubvisor & Backyard
  3. Digital strategic partner at BackYard
In-House Training & Specialist Speakers
  1. Ecommerce Lead Optimization
  2. Website Conversion Optimization
  3. Content Lead Generation
  4. Google Analytics Fundamental
  5. Google Ads Fundamental
  6. SEO with Google Ads
  7. SEO with Facebook
  8. SEO with Youtube

คุยกับทีมงาน Brandroi